[short fic] Kyuhyun x Donghae by goldfish
Rate PG-13 or NC-17
Talk: อ่า....อย่าเพิ่งขยี้ตาค่ะ goldfishเอาฟิกมาลงจริงๆ อย่าเพิ่งนึกว่าภาพหลอน เป็นSFที่อาจจะยาวหน่อย และก็ไม่รับประกันว่าจะมาต่อเมื่อไหร่ อารมณ์พีควันไหนก็เมื่อนั้นเพราะไม่มีสต็อก *ยิ้มสู้*
อ่านไปก็อย่าเครียด ไม่ได้เขียนมานานสำนวนคงจะ.... ขออภัยเด้อค่ะ
ร่างบางในชุดสูทสีเทาควันบุหรี่ก้าวยาวๆเข้าไปในอาคารสูงอันเป็นที่ตั้งของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มีชื่อแห่งหนึ่งของเกาหลี ใบหน้าขาวตัดกับริมฝีปากสีชมพูราวกับสาวน้อย ผมสีดำซอยไล่ระดับช่วยส่งให้ใบหน้านั้นชวนมองและยากที่จะถอนสายตา
บุตรชายคนเล็กของตระกูล-อีทงเฮ นอกจากฐานะอันร่ำรวยติดอันดับแล้ว หน้าตาที่เรียกได้ว่าสวยมากกว่าหล่อเหลาก็ทำให้เขาเนื้อหอมในหมู่สาวๆไม่น้อย และในหมู่หนุ่มๆอีกจำนวนมากแต่เจ้าตัวดูจะไม่ค่อยเชื่อถือหากมีใครพูดถึงเรื่องนี้ ยิ่งเขายังไม่มีทีท่าว่าจะถูกใจใครเป็นพิเศษ ก็ทำให้ความเนื้อหอมนั้นไต่ระดับดารายอดนิยมเข้าไปทุกที
“วันนี้คุณทงเฮมีประชุมบอร์ดบริหารตอนสิบโมงนะคะ ส่วนตอนบ่ายมีนัดกับลูกค้าสองราย...นี่ค่ะแฟ้มรายละเอียด” เลขาสาววัยกลางคนวางแฟ้มสีเข้มลงตรงหน้าพร้อมด้วยกาแฟร้อนหอมกรุ่นเช่นเคยก่อนจะออกจากห้องไป
ทงเฮอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับการประชุมอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจยกหูโทรศัพท์ภายในขึ้น
“ท่านประธานเข้ามาหรือยัง?”
“เพิ่งเข้ามาเดี๋ยวนี้เองค่ะ จะให้เรียนท่านไหมคะว่า...” เลขาของท่านประธานซึ่งนั่นก็คือลีแชยอน พี่สาวคนเดียวของเขานั่นเอง ทงเฮบอกปัดก่อนจะเดินลิ่วๆตรงไปยังอีกปีกหนึ่งของชั้นบนสุดผ่านเลขาหน้าห้องที่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ
“ดะ...เดี๋ยวค่ะคุณหนู...เอ๊ย ท่านรองฯคะ!”
ร่างบางชะงักกึก คิ้วเรียวขมวดแน่น ชักเริ่มได้กลิ่นความไม่ชอบมาพากล
“ทำไมครับ ท่านประธานมีแขก?”
“เอ่อ...ก็ไม่เชิงค่ะ คือ...” จะบอกยังไงดี เธอก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าชายหนุ่มหน้าตาดีที่เดินเข้าไปห้องทำงานพร้อมๆกับท่านประธานจะอยู่ในฐานะแขกหรืออย่างอื่นใด
ทงเฮพยายามสงบสติอารมณ์เต็มที่ นึกโมโหกับนิสัยดั้งเดิมของผู้เป็นพี่ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะไม่ยอมละทิ้งใช่ไหมไอ้นิสัยชอบเลี้ยงโฮสต์หนุ่มล่ำบึ้กไว้เป็นของเล่นเนี่ย มีลูกโตจนเรียนมัธยมแล้วยังไม่สำนึก
มือบางผลักประตูบานใหญ่เข้าไปอย่างไม่รอช้าแม้จะนึกหวั่นอยู่บ้างว่าจะเจอภาพไม่น่ามองเข้า แต่ก็โล่งใจไปได้หน่อยเมื่อห้องทำงานแสนกว้างปราศจากเงาของผู้เป็นพี่สาว
ดวงตาเรียวสวยกวาดไปทั่วห้องก่อนจะมาสะดุดอยู่ที่โซฟารับแขกซึ่งถูกจับจองโดยร่างสูงของใครบางคนซึ่งนอนหลับเหยียดยาวไม่รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดแม้แต่น้อย ทงเฮสาวเท้าเข้าไปใกล้จนเห็นใบหน้านั้นได้ถนัดตา
ใบหน้าคมสันที่มองปราดเดียวก็ตัดสินได้ว่าหล่อเหลา จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากหยักที่มันน่าจะกระชากใจคนมองได้ไม่ยาก รูปร่างสูงโปร่งผิดจากรสนิยมเดิมๆของพี่สาวทำให้คนมองรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นแค่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ธรรมดาแถมมีเป้ใบโตวางไว้กับพื้น คนนี้ท่าทางจะอายุน้อยกว่าทุกคนที่เขาเคยเห็นมาเพราะดูยังไงก็น่าจะเป็นแค่เด็กมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ทงเฮสลัดความรู้สึกที่เกือบจะใจอ่อนออกไป สองมือดึงเอาหมอนอิงที่รองศีรษะทุยได้รูปของอีกฝ่ายออกอย่างไม่เบานักทำให้คนที่หลับอยู่ดีๆต้องผงะตื่นขึ้นด้วยความตกใจ
“อ๊ะ..อะไร...!”
“นายนี่มันน่าหน้าด้านจริงๆ เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกินน่ะ ไม่ละอายใจบ้างหรือไง!?!!”
คนฟังแทบจะหายง่วงเป็นปลิดทิ้งพร้อมกับคำถามที่จู่โจมเข้ามาในสมอง
...นี่มันอะไรกันวะ!...
“เดี๋ยวๆ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย?” คนพูดทำหน้างงสุดชีวิต ซึ่งในสายตาทงเฮแล้วมันช่างไม่แนบเนียนเลยสักนิด
“หน้าตาก็ดีนะ แต่นี่...นายยังเด็กอยู่เลย กลับตัวกลับใจซะเถอะนะ” คนพูดพยายามใช้น้ำเย็นเข้ากล่อม
โจคยูฮยอนลุกขึ้นนั่งเต็มตัวก่อนจะเงยหน้ามองผู้มาใหม่อย่างเต็มตาแล้วก็รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเบาหวิวกลายเป็นนุ่นไปในบัดดล ใบหน้าขาวที่แม้จะพกพาอารมณ์โกรธไว้เต็มเปี่ยมแต่ก็ไม่ได้ลดความน่ามองลงไปแม้แต่นิดเดียว หากแต่เนื้อความที่อีกฝ่ายพาดพิงก็ทำให้เขาไม่อาจจะชื่นชมกับของสวยๆงามๆตรงหน้าได้ต่อไป
“คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย...อยู่ดีๆมาหาว่าผมเป็นแมงดา อยากโดนข้อหาหมิ่นประมาทรึไง?”
“หัวหมอซะด้วยนะนาย!” ทงเฮยกนิ้วเรียวๆขึ้นจิ้มกลางอกอีกฝ่ายอย่างแรง ดวงตาลุกโชนแทบจะเผาคนตรงหน้าเป็นจุณ
“มานอนเล่นในห้องทำงานของพี่สาวชั้นแบบนี้แล้วยังมาทำหน้าซื่อ..ไง..พี่สาวชั้นให้นายเท่าไหร่ ชั้นจะให้เป็นสองเท่าเลย!”
ห้องทำงานของพี่สาวชั้น
วลีนี้สะดุดหูของคยูฮยอนอย่างจัง ความเข้าใจอะไรบางอย่างเริ่มเข้ามาจนทำให้ความโกรธในตอนแรกลดระดับจนแทบเข้าใกล้ศูนย์ ถ้าคนตรงหน้าเรียกพี่แชยอนว่าพี่สาว....ดังนั้นคนๆนี้ก็คือ....
ทงเฮแปลอาการนิ่งเงียบของอีกฝ่ายไปอีกทาง นี่คงกำลังดีดลูกคิดรางแก้วอยู่ล่ะสิ อยู่ดีๆตกลงมาในถังข้าวสารแท้ๆนี่นะ
คยูฮยอนกระตุกยิ้มร้ายๆที่มุมปากอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปจนใกล้ใบหน้าสวยนั้น เล่นเอาทงเฮผงะถอยแทบไม่ทัน
“แล้วคุณว่าอย่างผมเนี่ยควรจะได้สักเท่าไหร่ล่ะ...ลองเสนอมาสิ”
อะ...ไอ้....
“อวดดีจริงๆ! ชั้นเปลี่ยนใจแล้ว โทรเรียกยามขึ้นมาจัดการโยนนายออกไปคงจะง่ายกว่า!” ร่างบางถลึงตาใส่ก่อนจะหมุนตัวไปทางโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แต่ก็ยังช้ากว่าคนตัวสูงที่เอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กๆนั้นไว้ได้ทัน
“เฮ้ย....!” อุทานได้แค่นั้นแล้วร่างบางก็ลอยละลิ่วเข้าสู่อ้อมกอดที่รอรับอยู่แล้ว คยูฮยอนมองอาการดิ้นรนของคนตรงหน้าอย่างนึกสนุก กลิ่นน้ำหอมอ่อนยิ่งกว่าอ่อนเข้าปะทะเข้ากับโสตประสาทของชายหนุ่มจนทำให้ใบหน้าหล่อเหลาลดระดับจนจมูกแทบจะเฉียดกกหูของอีกฝ่ายราวกับจะพิสูจน์ที่มาของกลิ่นหอมๆนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“นะ...นายจะทำอะไร! ปล่อยชั้นนะเดี๋ยวนี้นะไอ้เด็กบ้า!” ทงเฮพยายามดิ้นรนเพื่อเป็นอิสระจากอ้อมแขนแข็งแรงที่เขาประมาทนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่อนาทรร้อนใจ
“คุณนั่นแหละ เป็นเด็กดีว่าง่ายๆแล้วผมจะปล่อย...” ริมฝีปากได้รูปจงใจกระซิบที่ริมหูบางๆนั้น ยิ่งได้เห็นใบหน้าสวยแดงก่ำดวงตาวาวโรจน์เพราะความโกรธเขายิ่งรู้สึกพึงพอใจ ยิ่งอยากจะแกล้ง
“ถ้านายทำอะไรชั้นนะ...ชั้นจะ...!”
“นี่คยูฮย.....เอ๊ะ!!!” เสียงอุทานของผู้ที่เข้ามาใหม่ทำให้ร่างสูงชะงักไปช่วยครู่ นั่นเท่ากับเปิดโอกาสให้ทงเฮพาตัวเองออกมาจากพันธนาการจนสำเร็จ
“นี่เล่นอะไรกันอยู่น่ะ ทงเฮ คยูฮยอน?” ท่านประธานสาวสวยขมวดคิ้วอย่างสงสัยเต็มที่หลังจากกลับเข้าอีกครั้งก็พบว่าน้องชายสุดที่รักกับแขกที่มาใหม่อยู่ในสถานะที่ล่อแหลมเช่นนั้น
คยูฮยอน!!!
ชื่อนี้ทำให้ทงเฮหันไปมองร่างสูงอย่างตกใจระคนไม่คาดคิด
คยูฮยอน
โจคยูฮยอน
....นี่นายคือเจ้าเด็กเพนกวินคนนั้นจริงๆน่ะเหรอ?
“อ้าว อ้าปากค้างไปเลยน้องชายชั้น” แชยอนหัวเราะชอบใจพลางเดินเข้ามาตรงกึ่งกลางระหว่างคนทั้งสอง “....ตกลงจำคยูฮยอนไม่ได้หรอกหรือทงเฮ? นกเพนกวินของนายไง” แชยอนเอ่ยกระเซ้าอย่างนึกสนุกก่อนจะเดินไปพลิกแฟ้มบนโต๊ะทำงานขึ้นมาดู
ทงเฮกระพริบตาปริบๆเสียสองทีก่อนที่รู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้าของตน เหลือบมองร่างสูงที่กำลังจ้องเขม็งกลับมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกแล้วก็ให้พาลใจฝ่อ ไม่เหลือเค้าทงเฮคนเก่งที่ทำท่าจะกินหัวคนไม่เลือกแบบเมื่อกี้เลยสักนิด
“คยูฮยอนคงไม่ขี้ลืมแบบเจ้าปลานีโม่ตัวนี้หรอกนะ”
ร่างสูงหันไปวาดรอยยิ้มคนดีให้คนที่เขานับถือเหมือนพี่สาวก่อนจะหันกลับมากระตุกยิ้มหล่อร้ายให้ทงเฮที่ยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ใกล้ๆ
“กำลังทบทวนความจำให้ทงเฮอยู่น่ะครับ ทงเฮกำลังจะนึกออกพอดี...ใช่ไหม?” คนถามจงใจกระซิบที่ข้างหูของอีกฝ่ายเล่นเอาร่างบางนึกเคืองขึ้นมาทันที
...ก็คนมันจำไม่ได้นี่หว่า ใครใช้ให้เจ้าเด็กอ้วนอย่างกับนกเพนกวินโตขึ้นมาสูงหล่ออย่างกับนักร้องวงซุปเปอร์จูเนียร์แบบนี้ล่ะ!...
เจ้านกเพนกวิน...ทงเฮคลี่ยิ้มน้อยๆโดยไม่รู้ตัวเมื่อระลึกที่มาของชื่อ บุตรชายคนเดียวของท่านทูตเกาหลีประจำประเทศอังกฤษผู้ซึ่งเป็นเพื่อนรักกับบิดาของเขาเอง และนั่นทำให้เขาและคยูฮยอนในวัยห้าขวบได้รู้จักกัน
“คยูฮยอนทักทายพี่ทงเฮหน่อยสิครับ”
ทงเฮมองภาพเด็กชายตัวอ้วนกลมที่ค่อยๆเดินเข้ามาหา...
“แม่ฮะ...ทำไมนกเพนกวินใส่เสื้อผ้าด้วยอ่ะ?”
ขอสาบานด้วยบีเอ็มซีรีย์เจ็ดของตัวเองเลย ทงเฮไม่ได้คิดล้อเลียนอีกฝ่ายสักนิด เขาแก้ต่างให้ตัวเองเสมอว่านั่นคือความใสซื่อตามประสาเด็ก ก็ในเมื่อคยูฮยอนไม่ทุกข์ร้อนกับชื่อนี้แล้ว เขาก็เรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อนั้นตลอดจนปิดเทอมหน้าร้อนสิ้นสุดลง
และหลังจากนั้นเรื่องของเจ้านกเพนกวินก็กลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ทงเฮได้แต่ระลึกถึงทุกครั้งที่เห็นเจ้าสัตว์ขั้วโลกตัวอ้วนกลมไม่ว่าจากที่ใดก็ตาม
“แล้วมาหาพี่นี่มีเรื่องอื่นด้วยหรือแค่มาทักทายคยูฮยอนล่ะ?” คำถามของแชยอนดึงความคิดของให้ทงเฮกลับมา
คนถูกถามแอบเบ้ปากกับลมกับแล้งเสียหนึ่งทีแล้วจึงก้าวยาวๆไปหาผู้เป็นพี่ คยูฮยอนแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นอาการที่ออกจะน่ารักในสายตาเขาแบบนั้น
“จะมาเตือนพี่เรื่องปิดเทอมหน้าร้อนของซองมินนะฮะ” เกือบลืมความตั้งเดิมเสียสนิทแล้วไหมล่ะ
แชยอนหันมาค้อนให้น้องชายเสียหนึ่งที
“พี่ไม่ลืมหรอกน่า ลูกปิดเทอมทั้งที” ถึงเธอออกจะเป็นแม่ที่ทำตัวไม่เหมาะสมนักก็เถอะ แต่แม่ม่ายกับความเหงามันคู่กันไม่ใช่เหรอ
“ไม่ลืมก็ดีแล้วล่ะฮะ” ทงเฮจงใจละเลยอีกคนเหมือนไม่มีตัวตนด้วยการเดินออกจากห้องไปเสียเฉยๆ ทำเป็นไม่สนใจดวงตาคมที่จับจ้องมาอย่างไม่วางตา
“อ้อ เดี๋ยวสิทงเฮ....พี่จะไปรับซองมินมะรืนนี้แล้วจะพาแกเที่ยวยุโรปด้วยเลย”
ร่างบางหันกลับมามองอย่างงงๆทั้งๆที่มือกำลังจะลูกบิดประตู
“....เพราะฉะนั้นช่วงที่พี่ไม่อยู่ฝากดูแลคยูฮยอนด้วยนะจ๊ะ”
TBC
ปล. ยังคงหาชื่อเรื่องไม่ได้เช่นเคย *ถอนหายใจ* ถ้าใครมีชื่อเรื่องกิ๊บเก๋ก็ช่วยตั้งให้หน่อยนะคะ